ในวันที่น้ำท่วม ,,

posted on 16 Nov 2011 13:49 by sineyanice
ไม่ได้อัพบล๊อคเกือบหนึ่งปีด้วยภารกิจขึ้นเป็นนักศึกษาปี 3 :) 
เป็นปีที่งานทรหดมาก แต่กลับรู้สึกเป็นภาคการศึกษาที่สนุกมากๆ 
สัญญาว่าภาคการศึกษาหน้าจะทำให้ดีกว่าเดิม
 
ตอนนี้เกือบทั่วทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ น้ำกำลังท่วม รวมไปถึงบ้านของเรา
แต่ยังท่วมไม่มาก พอสู้ไหว :) 
 
บ้านของเราเป็นที่หลังๆแล้วที่สายชลแวะมาทักทาย (แม้ว่าเราจะไม่ใช่นางฟ้าก็ตาม)
ทำให้ก่อนหน้านั้นได้มีโอกาสแวะไปช่วยเหลือทั้งแรงกาย แรงทรัพย์ในหลายๆที่
ทำให้ได้เห็นเลยว่า ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยสิ่งบั่นทอนจิตใจมากมาย
แต่คนไทยยังมีกำลังใจ น้ำใจ และหัวใจแบ่งปันให้กันเสมอ
 
โลกทวิตเตอร์เต็มไปด้วยการส่งต่อความช่วยเหลือกัน
โลกเฟสบุคเต็มไปด้วยแหล่งข้อมูลที่คอยระวังและรายงานสถานการณ์กันและกัน
นั่งอยู่หน้าคอม อยู่หน้าจอโทรศัพท์ใครว่าไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็ได้ช่วยเหลือกัน :) 
 
บางคนอาจจะค่อนขอดคนที่ไม่ได้ออกไปช่วยเหลือเลย แต่เชื่อสิ คนเราทุกคนมีมุมดีในจิตใจ
ไม่ช่วยทางใดก็ทางหนึ่งอยู่แล้ว เขาอาจมีภารกิจที่ต้องอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้
น้ำท่วมอะไรจะจมก็แล้วแต่อย่าให้ใจเราจมตามไปด้วย 
 
เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยรุ่นพี่ .. จากใจเฟรชชี่ที่ประสบภัยไปด้วยกัน
 
 
 
 
 
สวัสดีปีใหม่ ปี 2011  2554 ปีกระต่ายน้อยน่ารัก :))  Happy New Year 새해복 많이 받으세요
อีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะข้ามพ้นปีเก่าไปแล้ว ตอนนี้ ทุกคนกำลังเตรียมตัวให้พร้อม
ที่จะก้าวผ่านคืนข้ามปีด้วยอารมณ์ต่างกันไป บ้างเฮฮา บ้างร่าเริง และ บางคนที่รู้สึกตรงกันข้าม
แต่เราก็ต้องเดินต่ออย่างเข้มแข็ง อีกสามร้อยหกสิบห้าวันข้างหน้า ยังมีอะไรรออยู่อีกเยอะ
 
ในฐานะที่ฉลองปีใหม่กับวงศาคณาญาติที่บ้าน จึงขออนุญาติอัพบล๊อคที่ดองจนเปื่อย :))
 
 ... ใครเคยอ่านหนังสือ ของ พี่โหน่ง วงศ์ทนง  ที่เคยพูดถึง 100 อย่างที่ควรทำก่อนตาย
คงจะมีจำนวนไม่น้อย ที่อ่านแล้วนึกอยากเขียนสิ่งที่อยากทำก่อนตายกันไว้บ้าง หนึ่งในนั้น คือ หนู ค่ะ :)
แต่เขียนในสมุดหนึ่งเล่ม แต่เป็น 50 อย่างที่อยากทำในปี 2553 แถมท้ายด้วย 50 อย่างสุดยอดในปี 53
ถ้าให้เล่าว่า 50 อย่างที่อยากทำ มันคงจะเยอะไป แต่สิ่งที่ภูมิใจคือ เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ
ถึงจะไม่ครบ 50 ข้อ ก็ตาม แต่รู้สึกดีมาก ที่ได้เอามาเปิดอ่านในวันนี้ แล้วเราสามารถบรรลุในสิ่งที่เรา
ตั้งไว้เป็น เป้าหมาย ได้ ในปีนึง  จะยกตัวอย่างให้ฟังกันค่ะ
.. เราเป็นคนสนใจภาษามาก แต่เราเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วท้อ  เพราะยากเหลือเกิน
   จนในที่สุดเราได้มาสนใจภาษาเกาหลี  หนึ่งในห้าสิบอย่างนั้น คือ เรียนภาษาเกาหลีค่ะ
   เราไปตั้งต้นเรียนเหมือนหัดอ่านเขียน ABC เหนื่อย และ ท้อมาก แต่ตอนนี้ เราสามารถ อ่าน เขียน
  และพอเข้าใจได้บ้างแล้ว  และการเรียนภาษาเกาหลีจะเป็น 50 อย่างในปีนี้ของเราอย่างต่อเนื่อง
 
.. มีสิ่งที่สำเร็จก็ต้องมีสิ่งที่ไม่สำเร็จ เราอยากมีหนังสือทำมือของตัวเองค่ะ
แล้วเราก็มีโอกาส ได้ทำค่ะ แต่ ไม่สำเร็จ  เราเสียใจแต่เราไม่ท้อเหมือนตอนที่เรียนภาษา
และปีนี้ การทำหนังสือทำมือ ก็จะเป็น หนึ่งในห้าสิบอย่างของเราค่ะ
 
ส่วน 50 อย่างที่เป็นสุุดยอดของปีนี้
เรายกให้เรื่องที่เราสามารถทำให้ตัวเองใจเย็นได้ค่ะ
เราเป็นคนใจร้อน โวยวาย และวู่วาม ปีที่ผ่านมา ลองเปลี่ยนตัวเองค่ะ
ผลที่ได้มันดีมาก ดีซะจนเราคิดว่า เราน่าจะรู้จักตัวเองและปรับปรุงมานานแล้ว
 
และ 50 อย่างที่เราคาดไว้ในปี 54 ตั้งใจจะเขียนให้เสร็จคืนนี้
แล้วปีหน้ามาดูกันเนอะ ว่าเราจะทำได้กี่อย่าง
 
วันนี้อัพบล๊อคไร้สาระมากเนอะ เหมือนมาเล่าอะไรให้ฟังมากกว่า
ยังไงก็ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะคะ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าในทุกวินาที
 
ว่างๆก็แวะมาเล่า สิ่งที่อยากทำกันได้นะ :))
 

edit @ 31 Dec 2010 22:44:31 by Sineyanice

 ลมหนาวแวะมาทักทายขณะกำลังนั่งพิมพ์อยู่ หนาววว = =
อาทิตย์ที่ผ่านมาแวะไปมีตกับเพื่อนสมัยมัธยม  ไม่เจอหน้ากันสามเดือน เหมือนสามปี
รู้สึก คิดถึง  คิดถึงจริงๆ แค่เห็นหน้าเพื่อนก็เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่รับไว้
ทั้งความเครียดจากงาน ปัญหาส่วนตัว มันหมดไป แค่เราได้พบกับรอยยิ้มของเพื่อน .. เท่านั้น
 
วันนั้นตกลงปลงใจไปกินบุฟเฟ่ต์กันแถวปทุมวันรีสอร์ท และเดินทางโดย BTS
ระหว่างกำลังจะขึ้นไปบนสถานีวงเวียนใหญ่ ก็เจอกับคุณลุงคนหนึ่ง
คุณลุงนั่งเก้าอี้พลาสติก ตอนแรกไม่ได้สังเกตอะไร พอเข้าใกล้คุณลุงถึงได้ทราบว่า
คุณลุงกำลังจะเรียกรถ และ คุณลุงตาบอด ..
เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจเดินไปหาคุณลุง และเรียกรถสามล้อให้
คุณลุงกล่าวขอบใจใหญ่ ..  คำขอบใจขอบคุณลุงทำให้เรารู้สึกว่า
วันนั้นคงเป็นวันที่ดีตลอดทั้งวัน ^^ เรากับเพื่อนก็ยังแอบกังวลระหว่างเดินทาง
ว่าคุณลุงจะถึงโดยสวัสดิภาพหรือเปล่า หวังว่าพี่สามล้อจะดูแลคุณลุงด้วยนะคะ  :)
 
วันนั้นยังไปเดินต่อกันเรื่อยๆ ใช้เวลาคุยสัพเพเหระกันทุกเรื่องราว
ก่อนเราจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคนพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
 
อีกสักพักกว่าจะได้เจอกันอีก แต่ไม่ว่ายังไงจะรอนะ รอที่จะได้เห็นรอยยิ้มพวกแกอีก
มันสำคัญ มันเป็นพลังชั้นดี ที่จะขับเคลื่อนให้โลกของฉันหมุนไปอย่างไม่สะดุดในความมืด
 
รักเสมอ :)